บางท่านอาจจะยังสงสัย ว่าที่เรียกกันอยู่นี้คืออะไร ต่างกันอย่างไร จำเป็นต้องทำหรือไม่?ทางร้านจึงอย่างให้ความกระจ่างแจ้ง สำหรับข้อมูลเบื้องต้นที่บางท่าน อาจจะยัง สงสัย กับทั้งสามประเภทขั้นต้นซึ่งจะขออธิบายคร่าวๆ ดังนี้
พ.ร.บ.คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งเป็นกฏหมายบังคับ ว่ารถทุกคันต้องทำ พ.ร.บ.ในส่วนนี้ โดยก่อนที่จะไปต่อภาษีประจำปีที่ขนส่ง ต้องมีส่วนท้ายของ พ.ร.บ. แนบไปด้วย ประโยชน์ของ พ.ร.บ.คือ เมื่อเกิดอุบัตเหตุขึ้น จะใช้ความคุ้มครองตามกรรมธรรม์ นี้ในการรักษา เยี่ยวยา ผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูก หรือเป็นคนเดินถนนที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นกับรถที่ทำ พ.ร.บ.ไว้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าของรถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น (กรณีเป็นฝ่ายผิด) สรุปสั้นๆ คิอ พ.ร.บ.นี้เป็นการทำประกันภัยที่กฎหมายบังคับว่าต้องทำนั่นเองค่ะหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าประกันภัยภาคบังคับ
ภาษีประจำปี หรือ ที่เรียกกันว่า ทะเบียนรถ นั่นเอง ในการต่อภาษีประจำปี หรือต่อทะเบียนนั้น ต้องมีท้าย พ.ร.บ.ที่อธิบายไว้ตอนต้น แนบไปกับหลักฐาน คู่มือจดทะเบียนรถ ทั้งที่เป็นเล่ม หรือ เป็นสำเนาหน้าแรกที่มีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับรถอยู่ก็ได้ (กรณีผ่อนอยู่)โดยต้องไปเสียภาษีที่ขนส่ง ซึ่งถ้าไม่มี พ.ร.บ.ก็จะไม่สามารถต่อได้ เพราะกฎหมายบังคับ
ประกันภัยภาคสมัครใจ คือ ประกันภัย ชั้น 1,2,3 ต่างๆ ซึ่งจะมีเงื่อนไขในการคุ้มครองรถของท่านเพิ่มขึ้นมารวมทั้งด้านชีวิต และการรักษาพยาบาลต่างๆ ซึ่งจะมีวงเงินคุ้มครองมากกว่า เช่น การทำประกันภัยชั้น 1 ก็จะคุ้มครองทั้งรถเราและรถคู่กรณี หากเกิดอุบัติเหตุ หรือไม่มีคู่กรณี อย่างถอยไปชนเสาบ้าน ก็ยังสามารถเคลมประกันภัย ในการซ่อมรถเราได้ คือมีประกันภัยไว้อุ่นใจแน่ ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยเราไม่คาดคิดมาก่อน ส่วนประกันภัยแต่ละอย่าง แต่ละชั้น ก็จะมีเงื่อนไขในการคุ้มครองแตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทค่ะ
วันนี้ก็ขออธิบายข้อมูลเบื้องต้น เพื่อความกระจ่างแจ้ง ไว้แค่นี้ก่อนค่ะ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมโทรสอบถามที่ร้านได้ในเวลาทำการค่ะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น